วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561
ขั้นตอนการทำปลาสลิดหอม
ขั้นตอนการทำปลาสลิดหอม มีดังนี้
1) การแปรรูปขั้นพื้นฐาน จะใช้ปลาที่ยังมีชีวิตอยู่ไปแช่น้ำแข็งเพื่อเพิ่มน้ำหนักของปลา และ
ไม่ให้ปลามีเนื้อแข็ง (นิยมใช้ปลาตัวเมียมากกว่าตัวผู้ เพราะมีความอร่อยกว่า เนื่องจากมีมันมาก)
จากนั้นนำปลาไปแช่น้ำเกลือเพื่อป้องกันการเน่าเสีย
2) นำปลาสลิดที่ผ่านการแปรรูปขั้นพื้นฐานมาฉีดน้ำ ขอดเกล็ดปลาให้เกลี้ยง ตัดหัว ควักไส้
และแยกเอาไข่ปลาไว้ต่างหาก จากนั้นล้างเลือดปลาให้สะอาด ถ้าล้างไม่หมด เลือดของปลาจะทำให้
เกิดรา เน่าง่ายและมีกลิ่น
1/ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมวิทยาศาสตร์บริการ
3) ทำการหมักปลาซึ่งแต่ละท้องที่มีสูตรการหมักที่แตกต่างกันจากประสบการณ์ของ
ผู้เชี่ยวชาญ2แต่ละท่าน แต่หลักการหมักโดยทั่วไปคือคลุกเคล้าปลากับเกลือให้ทั่วแล้วนำไปหมักในถัง
หมัก 1 คืน อัตราส่วนของปลาและเกลือที่ใช้จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปริมาณของปลาและขนาด เช่น ใช้
ปลา 15 กิโลกรัมต่อเกลือ 3 กิโลกรัม หรือถ้าเป็นปลาขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ จะใช้อัตราส่วนของ
ปลาและเกลือ 20, 19 และ 18 กิโลกรัมต่อเกลือ 1 กิโลกรัม ตามลำดับ
4) นำปลาที่ผ่านการหมักไปล้างน้ำเพื่อเอาเกลือออก จากนั้นนำปลาไปแช่น้ำที่ผสมหัวน้ำส้ม
นาน 5 นาที สุดท้ายล้างต่อด้วยน้ำบาดาล (น้ำบาดาลช่วยล้างคาวปลาได้ดี) หรือล้างด้วยน้ำต้มสุกที่
เย็นแล้ว
5) นำปลาที่ได้ไปตากแดด 1-3 แดด ในที่โล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อให้ปลาแห้งเร็ว
ระยะเวลาการตากปลาสลิดจะแตกต่างกันตามฤดูกาล คือในฤดูหนาวจะใช้เวลาตาก 1-2 แดด แต่ถ้า
เป็นฤดูฝนจะตาก 1.5-3 แดด
6) ปลาสลิดที่ผ่านการตากแดดมาแล้ว จะใช้ทางมะพร้าวหรือวัสดุอื่นปิดคลุมบนเผือกที่ตาก
ปลาไว้ พอปลาเย็นลงแล้วให้โกยใส่เข่งขนไปไว้ในที่ร่ม แล้วค่อยเรียงปลาในเข่งให้เป็นวงกลมสวยงาม
โดยต้องระวังไม่ให้น้ำมันจากตัวปลาสลิดตกลงไปใส่ตัวอื่น เพราะจะทำให้ตัวปลาเหนียวและติดกัน
จนเป็นราได้ง่ายในที่สุด (แก้ไขโดยนำปลามาผึ่งแดดหรือลมใหม่จนแห้งจะดีที่สุด แต่อย่านำปลาไป
ล้างน้ำ เพราะจะทำให้ตัวปลาไม่เป็นมัน เนื้อแห้งและไม่หอม)
ที่มาของรูป : http://pasusat.com
ที่มาของข้อมูล : https://soclaimon.wordpress.com
วันที่สืบค้น 4/6/2561
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น